|
|
| พายุทราย |
พายุ(ทะเล)ทราย
แต่หาใช่สงครามพายุทะเลทราย ระหว่าง สหรัฐ กับ อิรักไม่ แต่เป็นพายุที่หอบทราย
มาเป็นกระบุง โกยกันไม่ไหว แต่ดูรูปก็ให้ความ หมายดีกว่าตัวหนังสือพันหมื่นเท่า
พายุทราย ที่พัดทรายมาจากทะเลทรายโกบี และได้พัดกิน พื้นที่เข้ามาทุกปี
จนอยู่ห่างปักกิ่งเพียงแค่ 70 กิโลเมตรเอง และแต่ละปี พื้นที่ทะเลทราย
ได้ขยายกินเข้ามาปีละ 20-25 กม. แต่โชคดีที่ทาง เหนือมีภูเขาเยอะ เป็นแนวกำบังตามธรรมชาติ
รัฐบาลจีนก็ได้รณรงค์ปลูกต้นไม้กันอย่าง ขนานใหญ่ แต่หลายคนกลัวว่า จะแก้ไม่ถูกจุด |
ประเทศจีนเป็นประเทศ
ที่มีพื้นที่เป็นทะเลทราย ใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่มากกว่า 27 % หรือ
2.5 ล้านต.ร.กม.
เป็นทราย ซึ่งไม่สามารถทำ กสิกรรมได้ (ขณะที่พื้นที่ 7 % ใช้ในการ กสิกรรม
เลี้ยงดูคน ทั้งประเทศ) ทุกปีพื้นที่ กลายเป็นทะเลทรายปีละ 2500 ต.ร.กม.
ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างยิ่ง ปีละ 2-3000 ล้านดอลล่าร์ คนกว่า 110
ล้านคน ต้องได้รับ ผลกระทบ ในการดำรงชีพ ถนนหนทาง ทางรถไฟกว่า 800 กม.ถูกตัดขาด
หรือไม่ก็ ถูกกลบโดยทราย ไม่สามารถใช้การได้ การเดินทางแต่เดิม 25 กม.ใช้
เวลา 40 นาทีแต่เดี๋ยวนี้อาจต้องใช้เวลาหลายวัน หญ้าสีเขียว ก็ตายไป
แม่น้ำก็เหือดแห้ง นับว่าคุณภาพชีวิตพบกับความยากลำบาก ไหนจะเสี่ยงด้วยโรคทางเดินหายใจ
โรคปอด นึกถึงชาวนา คนยากคนจน ของจีนแล้วรู้สึกให้เห็นใจอย่างยิ่ง บ้านเรายังโชคดีอยู่มาก
แต่ก็ต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
พายุทราย ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนปักกิ่ง หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวที่เคยไปปักกิ่งมา
แต่ไหนแต่ไร มา พายุทรายจะพัดทรายเข้ามาในกรุงปักกิ่งทุกๆ 7-8 ปีครั้งหนึ่งในช่วงทศวรรษ
1950 และเพิ่มมาเป็น ทุกๆ 2-3 ปีครั้งเมื่อทศวรรษ 1970 แต่ในต้นทศวรรษนี้
พายุทรายได้พัดเข้ามาทุกปี รัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหามาตลอด 20 ปีด้วยการปลูกต้นไม้ไปแล้วไม่น้อยกว่า
30 พันล้านต้น แต่ปัญหาพายุทรายที่พัดกระหน่ำปักกิ่งในปีนี้ ทำให้คนปักกิ่งรู้สึกถึงภัยคุกคาม
ว่าปักกิ่งอาจจะถูกถม ด้วยทรายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ถ้าหากปัญหายังรุนแรงยิ่งขึ้น
รัฐบาลจีน โดยนายกรัฐมนตรี จู หยงจี ก็ถึงกับประกาศสงคราม กับปัญหานี้
และได้นำปัญหานี้เข้าไปในปัญหาเร่งด่วนของชาติในลำดับต้นๆ
นักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การแก้ปัญหาต้องแก้ทั้งระบบ
เนื่องจากการใช้พื้นดิน,น้ำ,พื้นหญ้าเลี้ยงสัตว์, ป่า, ทะเลทราย,และสภาพภูมิอากาศ
ล้วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน การแก้ปัญหา โดยการปลูกป่า และห้ามชาว บ้าน
ทำการเพาะปลูก,เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ควบคุม เป็นการแก้ปัญหาเป็นจุดๆ
ไม่ใช่การแก้ทั้งระบบ
ปัญหาของจีน ส่วนหนึ่งก็มาจาก ปัญหาประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกปี การบุกถางพื้นที่เพื่อทำกสิกรรม
พื้นที่กระจัดกระจาย ทั่วประเทศ และการแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย ไฟไหม้ฟาง ซึ่งมักทำกันในบ้านเรา
ที่เมืองจีนก็เป็นเหมือนกัน ไม่รู้ใครลอกใคร ปัญหานี้ก็ต้องคอยดูกันว่า
จีนจะสามารถปลูกต้นไม้ได้ทัน เพียงพอกับการแก้ปัญหาหรือไม่ |
|
|