|
Life
Express

หนังใหม่เยิ่นเสี่ยนฉี
ปี2003 ถ่ายเสร็จตั้งแต่มกราคมปี 2002 แล้ว แต่ล่าช้าเพราะอยู่ระหว่างทำเรือ่งขออนุญาติเข้าฉายในประเทศจีน
แล้วก็ระหว่างนั้นปรากฎว่า หนังเรื่องนี้ปรากฎถูกปั๊มเป็นวีซีดี ขายที่กว่างโจวเสียแล้ว
ซึ่งฝ่ายกฎหมายของทางบริษัทกำลังทำเรื่องฟ้องร้องอยู่
หนังเรื่องนี้ก็ถ่ายทำในปักกิ่ง ริชชี่เปลี่ยนแปลงบุคคลิกมาเป็นหมอหนุ่ม
ตัดผมสั้น ผมก็ย้อมกลับมาเป็นสีธรรมชาติ สวมแว่นสายตา ดูแล้วหล่อแบบตี๋ๆ
ในเรื่องนี้ริชชี่เล่นเป็นหมอที่เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายกระดูก ซึ่งจะต้องช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งให้ได้รับการปลูกถ่ายกระดูก
ซึ่งระหว่างการถ่ายทำ ริชชี่ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่มีต่อ การช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์
โดยการบริจาคอวัยวะหรือเลือด กับการบริจาคเป็นตัวเงิน ซึ่งเขาเองเห็นคุณค่าของการ
บริจาคอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตเพือนมนุษย์ด้วยกันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าหาที่เปรียบไม่ได้
เขาจึงได้เซ็นสัญญาบริจาคอวัยวะ ของเขากับหน่วยงานในไต้หวันในกรณีที่เขาเสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ
หากว่าอวัยวะนั้นสมบูรณ์และยังมีผู้ที่ต้องการมัน แล้วก็ด้วยเหตุผลนี้เอง
ทำให้เขายอมรับเล่นหนังเรื่องนี้ของบริษัทสร้างหนังในเมืองจีน หนังจึงไม่ออกแบบแนวรักโรแมนติคแฟนตาซี
เหมือนหนังเรื่องก่อนๆ แต่ด้วยการแสดงของริชชี่และหลินซินหยู คาดว่าหนังจะดูน่าสนุกตื่นเต้น
และแน่นอนหนังย่อม นำเสนอนอกจากการช่วยเหลือชีวิตเด็กน้อยแล้ว ก็มีเรื่องของความรักระหว่างหมอหนุ่มและพยาบาลสาว
ซึ่งใครๆที่ชื่นชอบหลินซินหยูก็เฝ้าคอยติดตามชมกันได้ ระหว่างนี้ก็ดูอุ้ยเซี่ยวป้อทางช่อง
3 ไปก่อนแล้วกัน
เรื่องย่อ
หนังเรื่องนี้เป็นเรือ่งเกี่ยวกับเด็กที่ป่วยในขั้นโคม่า
ซึ่งริชชี่เป็นหมอและหลินซินหยูเล่นเป็นพยาบาล ซึ่งต้องทำงานร่วมกันเพื่อช่วยชีวิตเด็กน้อยคนนี้
ชื่อลู่เฟย เป็นโรคเม็ดเลือดขาว ซึ่งการรักษาต้องการเยื่อกระดูกของ
คนที่มีลักษณะของเม็ดเลือดแบบเดียวกัน ซึ่งยากในการค้นหา แม่ของลู่เฟยคือหลัวเจียน
หลังจากสามีเสียชีวิตก็หา เลี้ยงตัวเองและลูกโดยรับซ่อมรองเท้า และทำงานบ้านในละแวกใกล้เคียง
ด้วยความสงสารของเพื่อนบ้านซึ่งเป็นตำรวจ ชื่อหลินเจี้ยนกั๋ว จึงได้ช่วยบริจาคเลือด
และหาทุนเพื่อใช้ในการรักษาลู่เฟย ทางศูนย์ปลูกถ่ายกระดูกก็ได้หาพบผู้ซึ่งมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตรงกัน
ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวในแผ่นดินใหญ่ แต่ว่าเธอกำลังตั้งท้อง และไม่สามารถให้เยื่อกระดูกได้
จึงหมดหวังและต้องหาหนทางอื่นต่อไป ทางผู้อำนวยการศูนย์ก็ได้ติดต่อสอบถามไปที่โรงพยาบาลในไต้หวัน
ที่นี่เองมีหมอหนุ่ม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปลูกถ่ายกระดูก คือหมอเกาจื่อหย่วน
(เยิ่นเสี่ยนฉี) ซึ่งเป็นหมอหนุ่มที่นิสัยดี แต่ออกจะดื้อรั้น มั่นใจตนเอง
แต่ภายในเปี่ยมไปด้วยจิตใจดีงาม ซึ่งเป็นหมอที่มีฝีมือมากได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาชีพเดียวกัน
ส่วน ซุนซินซิน (หลินซินหยู) เล่นบทเป็นพยาบาลผู้ช่วยของหมอเกา เป็นผู้ที่ทำงานจริงจัง
จิตใจชอบช่วยเหลือผู้คน นอกจากในหน้าที่การงานเป็นผู้ช่วยของหมอเกา
แล้ว ในชีวิตส่วนตัวก็เป็นคู่รักกันที่หลายคนต่างต้องอิจฉา
ลู่เฟยก็ได้แวะไปที่โรงพยาบาลในไต้หวันเพื่อรักษาก็ได้พบ หลันหลันซึ่งโกนหัว
ซึ่งเป็นเด็กหญิงซึ่งป่วยด้วยโรคเดียวกัน ทางซุนซินซินก็ได้พบคนที่มีไขกระดูกตรงกันกับหลันหลัน
แต่ว่าเขาผู้นั้น อู๋ซิ่นหย่ง เป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำ ซึ่งปฎิเสธการช่วยเหลือในการบริจาคไขกระดูก
ในทีสุดหลันหลันก็ตาย ลู่เฟยรู้สึกกลัวมาก ไม่กล้าเผชิญกับโรคเม็ดเลือดขาว
เขาปฎิเสธการโกนผม แล้วก็หลบหนีไปจากโรงพยาบาล กลับบ้านไป แม่เขาก็โกรธมากแล้วก็ให้กำลังใจลู่เฟยในการเข้ารับการรักษาใหม่
อู๋ซิ่นหย่งเกิดสำนึกกลับใจต้องการช่วยชีวิตคน ก็สมัครใจที่จะบริจาคไขกระดูก
อู๋ซิ่นหย่งก็ได้รับการปฎิบัติอย่างดียิ่ง เมือเขามาถึงโรงพยาบาลและเข้ารับการผ่าตัด
หมอเกาก็ได้ให้ซุนซินซินเตรียมการตรวจสอบไขที่ได้ และเพื่อให้แน่ใจว่าภายใน
24 ชม.ไขกระดูกนี้จะต้องได้รับการส่งและปลูกเข้าไปในตัวของผู้ป่วย
ซึ่งทางปักกิ่งศูนย์ปลูกถ่ายกระดูกก็ได้เตรียมการผ่าตัด โดยลู่เฟยก็ได้รับการโกนผม
และเฝ้ารอไขกระดูกที่จะส่งมาจากไต้หวัน
ขณะที่กำลังทำการผ่าตัดเอาไขกระดูกออกจากอู๋ซิ่นหย่ง ก็บังเอิญเกิดแผ่นดินไหวในไต้หวัน
ด้วยฝีมือและจิตใจอันสงบแน่วแน่ การผ่าตัดโดยหมอเกา ก็ประสบความสำเร็จ
หลังจากนั้นก็ต้องเร่งนำไขกระดูกที่ได้ส่งไปที่สนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไปปักกิ่ง
ด้วยแผ่นดินไหว ซึ่งมีผู้ประสบภัยมากมาย การคมนาคมที่ตัดขาด ติดขัด
หมอเกาและซุนซินซินจะนำไขกระดูกส่งไปได้ทันเวลาไหม ลู่เฟยจะได้รับการผ่าตัดช่วยชีวิตทันไหม
ฉากในเรื่องเยิ่นเสี่ยนฉีจะต้องมีการขับรถลอยข้ามสะพานที่ขาด แฟนๆเยิ่นเสี่ยนฉีและหลินซินหยู
ก็คงต้องเฝ้ารอเมื่อหนังเข้าโรง หรือไม่ก็ไปหาวีซีดีจีนมาดูไปก่อน
|