|
Interview
KellyChen
ถามขอให้เล่าความเป็นมาเล็กน้อย
เริ่มต้นจากตอนที่ฉันกลับมาพักผ่อนที่ฮ่องกงระหว่างปิดภาคเรียน
ฉันได้ถ่ายแบบโฆษณาบัตรเครดิตและมิวสิควีดีโอ แล้วก็จากการแนะนำของเพื่อนๆ
ฉันได้รู้จัก Claudia Chung ผู้จัดการคนปัจจุบันของฉัน เธอจัดการให้ฉันได้เซ็นสัญญากับบริษัทเพลงชื่อว่า
Go East ในเดือนสิงหาคน 1995 ฉันถ่ายหนังเรื่องแรก เรื่อง Whatever
Will Be Will Be เดือนกันยายน ฉันก็ออกอัลบั้ม Open The Sky
ร่วมกับ Daniel Chan, Joyce Yau และ Ray Chan. อันนี้เป็นก้าวแรกๆของฉันในวงการบันเทิง
ชื่อ Chan Wai Lum (กวางตุ้งของชื่อ เฉิน ฮุ่ย หลิน) ไม่ใช่ชื่อจริงของฉัน
แน่นอนแซ่เฉินน่ะเป็นแซ่จริงๆ อันนี้เป็นเพราะว่าหมอดูบอกว่าชื่อเดิมของฉันน่ะ
ไม่มีต้นไม้ตามหลักดวงดาวของจีน ดังนั้นตัวสุดท้ายจึงเปลี่ยนเป็น
"หลิน" ฉันไม่ได้เป็นคนงมงาย แต่ก็ไม่ต้องการทำให้คนอื่นกังวล
ดังนั้นฉันจึงทำตามความเชื่อนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ทุกสิ่งดูสวยงาม จึงมีคนมักถามว่าฉันมีสิ่งใดคล้ายพ่อแม่ฉันบ้าง
ในความเห็นของฉัน ฉันคล้ายแม่มากกว่าโดยเฉพาะดวงตาโตๆคู่นี้
เค้าหน้าของฉันก็มาจากแม่ ส่วนพ่อฉันคิดว่าปากของฉันน่ะคล้ายของพ่อ
แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าฉันคล้ายใครมากกว่า แต่ที่สำคัญดวงใจของพวกเราเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว
แล้วก็ฉันเป็นลูกของพ่อแม่ รวมทั้งพี่สาวและน้องชายของฉัน ความสัมพันธ์ระหว่างเราพี่น้องก็ดีมากเสมอมา
ฉันกับพี่สาวจะอายุใกล้กัน เราจะเล่าให้ฟังซึ่งกันและกันทุกสิ่งรวมทั้งความลับด้วย
ส่วนน้องชายฉันเราห่างกัน 6 ปี ฉันจะเล่นกับเขาช่วงที่เขาเป็นเด็ก
ฉันยังคิดเสมอว่าพ่อแม่รักเขามากกว่าพวกเรา ในบรรดาพวกเรา 3
คน,พี่สาวฉันน่ะฉลาดกว่าฉัน ขณะที่น้องชายก็มีความจำที่ดี นี่ทำให้ฉันดูแย่กว่าในบรรดาพวกเรา
ถ้าเป็นไปได้ ฉันปรารถนาที่จะมีความสามารถพิเศษอย่างพวกเขาด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเราเติบโตขึ้นมา ความรู้สึกอิจฉาก็หายไป
หลังจากที่ฉันเข้าสู่วงการบันเทิง ฉันมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง
ยิ่งไปกว่านั้นน้องชายฉันก็ไปศึกษาต่อต่างประเทศ นั่นทำให้ฉันคิดถึงวันเวลาเก่าๆที่เราเล่นด้วยกัน
ฉันคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียน หลังจากเรียนจบประถมและมัธยมที่ฮ่องกง
พ่อส่งฉันไปเรียนมัธยมปลายที่ญี่ปุ่น แต่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ
พ่อฉันต้องการให้ฉันพูดภาษาญี่ปุ่นได้ จึงส่งฉันไป สำหรับฉัน,ฉันไม่ต้องการไปเลย
แต่ทำไงได้ในช่วงเวลานั้น แต่ว่าเวลาผ่านไปประสบการณ์มากขึ้น
สิ่งเหล่านั้นได้เปลี่ยนเป็นความทรงจำอันล้ำค่าในหัวใจฉัน ถึงแม้ว่าจะมีเวลาที่เป็นทุกข์บ้างแต่ก็ลืมไปหมดแล้ว
ถาม
เคลลี่ไม่ทราบว่าก่อนที่จะมาเป็นนักร้อง เคยคิดมาก่อนไหม ว่าจะประสบผลสำเร็จเช่นวันนี้
แล้วก็เมื่อคุณเริ่มเป็นนักร้องใหม่ๆ เคยคิดมาก่อนไหมว่าจะมาเป็น
Super Star เช่นวันนี้
Kelly: จริงๆแล้ว ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะประสบผลสำเร็จเช่นวันนี้
เมื่อตอนที่ฉันอยู่ในช่วงการทดลองก่อนจะเป็นนักร้อง ฉันยังพูดกับตัวเองเลยว่า
ถ้าฉันไม่ประสบความสำเร็จ ฉันจะกลับไปทำงานด้านการออกแบบตามที่ได้ร่ำเรียนมา
ถาม ตอนคุณเป็นวัยรุ่น คุณเคยชมชอบนักร้องคนไหนเป็นพิเศษไหม
ถ้ามี เขาเป็นใคร
Kelly: มีค่ะ ฉันชอบ Danny Chan, Sandy Lam และจางม่านอี้ ที่แย่คือแม่ฉันจะไม่ให้ฉันไปไหนโดยลำพัง
นั่นทำให้ฉันไม่เคยมีประสบการณ์ติดตาม ดาราที่ชอบในที่ต่างๆ
แต่ฉันก็ยังเฝ้าครุ่นคิดถึงดาราที่ฉันชื่นชอบเสมอ แม้กระทั่งในฝัน
ถาม มีเป้าหมายอะไรในอาชีพนักร้อง
Kelly: ฉันหวังว่าจะเป็นอย่าง อลันถัม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไร
เพลงของเขาก็ยังเป็นที่จดจำของบรรดาผู้คน ทุกคนรู้ว่าจะร้องเพลงของเขาได้อย่างไร
ฉันหวังว่านี่จะเกิดขึ้นกับฉันเช่นกัน
ถาม นักร้องนักแสดงจำนวนมากที่ออกจากวงการในช่วงที่ประสบความสำเร็จสูงสุด
เพื่อที่ว่าชื่อของเขาจะเป็นที่จดจำตลอดไป คุณจะทำแบบเดียวกันไหม
Kelly: ในขณะนี้ ฉันจะยังคงทำงานต่อไป เพราะดูเหมือนว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ยังรอให้ฉันทำอยู่
แล้วก็งานเหล่านั้น ดูเหมือนว่าจะไม่เสร็จง่ายๆ ฉันยังต้องการลองทำและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
แล้วก็ทุกสิ่งดูเหมือนว่าจะเพิ่งเริ่มต้น นั่นทำให้ฉันไม่เคยคิดออกจากวงการ
ถาม ตอนนี้ผลงานของคุณก้าวสู่สากล นอกจากญี่ปุ่น,
ไต้หวัน, มาเลเซีย และจีน ยังมีที่ไหนอีกบ้างที่คุณต้องการนำไปแสดงอีกบ้าง
อะไรเป็นสิ่งที่คุณอยากทำอย่างมากขณะนี้
Kelly: ขณะนี้ฉันต้องการเรียนรู้ที่จะเต้นได้ดี เพราะว่าฉันเรียนวิธีการเต้นไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แล้วก็ยังไม่รู้ถึงเทคนิคการเต้นอีกมาก นั่นทำให้ฉันอยากลองเต้นในรูปแบบแตกต่างกันออกไป
เพราะฉันชอบที่จะได้เต้นค่ะ
ถาม มีนักร้องหน้าใหม่ๆหลายคนมากมายในวงการปัจจุบัน คุณคิดว่าใครจะประสบผลสำเร็จมากที่สุด
แล้วก็ทำไม
Kelly: Victor Chan ฉันคิดว่าเขามีความสามารถในการร้องเพลงมาก
แล้วก็บุคคลิกดูดี สูงทั้งหล่อ มีพรสวรรค์มากๆแล้วก็สามารถเขียนทำนองเพลงได้
เพราะคุณสมบัติได้เปรียบเหล่านี้จะทำให้เขาประสบผลสำเร็จในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ฉันไม่ต้องการสร้างความกดดันมากเกินไปบนตัวเขา
เมือ่ฉันเริ่มร้องเพลงใหม่ๆฉันไม่กลัวที่จะลองสิ่งใหม่ๆเหมือนกัน
ฉันว่าจะเป็นการดีสำหรับเขา เพื่อที่ว่าเขาจะได้ลองสิ่งใหม่ๆแล้วก็ได้เรียนรู้มากขึ้น
ถาม นอกจาก Chung Chun แล้ว ใครอีกบ้างที่คุณอยากจะกล่าวขอบคุณ
แล้วก็ทำไม
Kelly: นอกจาก Chung Chun (ผู้จัดการส่วนตัว) ฉันอยากจะขอบคุณคน
2 คน คือ Mark Lui เพราะเขาสอนฉันมากมายเกี่ยวกับ คนตรี ถ้าเขาไม่ได้มาเป็นผู้กำกับอัลบั้ม
ของฉัน ฉันเดาว่าฉันยังไม่รู้ว่าแนวดนตรีแบบไหน ที่ฉันควรจะเล่น
อีกคนหนึ่งคือ Sunny เขาเป็นคนสอนการเต้นให้ฉัน ฉันเรียนรู้การเต้นจากเขาในหลายปีที่ผ่านมา
แล้วก็เรียนรู้มากจริงๆจากเขา นั่นทำไมฉันถึงอยากกล่าวคำขอบคุณในสิ่งที่พวกเขาควรได้รับจากฉัน
|