สัมภาษณ์เฉินฮุ่ยหลิน
สัมภาษณ์เยิ่นเสี่ยนฉี
สัมภาษณ์เอฟซื่อ F4
สัมภาษณ์ จ้าวเวย

สัมภาษณ์เหลียงเฉาเหว่ย
สัมภาษณ์ หลิวเต๋อหัว
สัมภาษณ์ ซูโหย่วเผิง
สัมภาษณ์ จางป๋อจือ

สัมภาษณ์ หวังลี่หง

     
 

Interview Jay Chou


เป็นนักดนตรีที่มีหัวสมองคนหนึ่ง เจย์โฉว ที่ Alfa Music สตูดิโอ อาคารสูง ตะวันออกของไทเป ชั้น 7 ห้องเก็บเสียง เป็นที่เจย์ประพันธ์เพลงและทำนอง ฝันจินตนาการถึงทำนองเพลง แล้วกระตุ้นตัวเอง ใช้ keyboard แล้วก็แปลงเป็นโน๊ตเพลงแล้วก็เทปดีโม เทปตัวอย่าง เขาทำเช่นนี้ทุกวันเป็นเวลากว่า 2 ปี โดยทำงานเป็นนักประพันธ์เพลง โดยได้ค่าแรง เพลงละ $600 ต่อเพลง เขาแทบไม่ได้ออก ไปจากห้องทำงานของเขาเลย เป็นที่ๆเขาประพันธ์เพลง ให้กับนักร้องที่มีพรสวรรค์น้อยกว่าเขา แต่หน้าตาดีกว่า เขาสามารถประพันธ์เพลงได้รวดเร็ว แล้วแต่จินตนาการ แม้กระทั่งด้านหลังของเมนูสั่งอาหาร แบบเอากลับบ้าน ก็ขีดเขียนได้ หลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน ปลดปล่อยแรงบันดาลใจ ในเพลงออกมาจิตใต้สำนึก แล้วเขาก็กลับบ้านไปนอน เพื่อที่จะกลับมาอีกวัน เพื่อประพันธ์เพลงใหม่ เขามีชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยราเมน แล้วก็ ไก่ทอดเคเอฟซี เขาไม่ได้ใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้อง หรือศิลปิน แต่ใฝ่ฝันที่จะได้ทำเพลงประพันธ์เพลง

ทีนี่เขาได้ทดลองแนวไอเดียเพลงต่างๆ ว่าเพลงอย่างไรถึงฮิตติดตลาด ทำอย่างไรเพลงถึงจะเป็นทีจดจำและมีวิญญาณ แล้วเขาก็เข้าใจว่าไม่ใช่ตัวศิลปินหรอก แต่หากเป็นเพลงต่างหากที่ทำให้ศิลปินดัง มากกว่าหน้าตา หรือท่าทาง ภาพพจน์ เขาเห็นนักร้องมาแล้วก็ผ่านไป คนแล้วคนเล่า เด็กผู้ชายหน้าตาดี หรือกลุ่มนักร้องชายที่ถูกเลือก จากท่าที่พวกเขาเต้นมากกว่าเสียงของเขาเอง เขาค้นพบว่าสิ่งที่จะทำให้การแสดงเป็นที่จดจำ แล้วก็ทำให้ตัวเขาพิเศษ ขึ้นมาคือตัวเพลงนั่นเอง

ในวงการเพลง นักร้องที่โด่งดังส่วนใหญ่ในไต้หวัน ฮ่องกง จนถึงสิงคโปร์ มักจะมาจาก connection โตขึ้นมาบนกองเงินกองทอง แล้วก็โด่งดังขึ้นมาจากการปั้นแต่ง แล้วถ้าหากโชคดี ก็จะได้แสดงในหนังเกรด บี แล้วก็ได้แสดงโฆษณาแชมพูยี่ห้อหนึ่ง แล้วทำไมเด็กที่หน้าตาธรรมดา คางสั้นถึงโด่งดังมาแทนที่ เซี่ยถิงเฟิง หลิวเต๋อหัว แจ๊กกี้จางเสวียโหย่วมาเป็นนักร้องสุดฮ๊อตของเอเชีย จะมีคำอธิบายก็ย้อนหลังไปที่ห้องสตูดิโอที่เขา เคยทำงาน แล้วก็ด้วยเพลงที่ปฎิวัติไอเดียที่ว่าดนตรีต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่หน้าตา หรือท่าทาง แม้กระทั่งแฟนเพลงสาวๆเข้ามาทักเขา ก็บอกเขาว่าพวกเธอชอบเพลงของเขา เพลงของเขาต่างหากที่มีเสน่ห์

ถึงแม้เขาจะผลิดดนตรีภาษาจีนกลาง ซีดีของเขาก็มักจะทะลุสอง หรือสาม platinum ไม่เพียงแต่ในไต้หวัน แต่ประสบความสำเร็จในประเทศจีน ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เร็วๆนี้เขาก็ชนะคะแนนโหวตให้เป็นนักร้องยอดนิยมในไต้หวัน จาก MTV's Asian Music Awards เพิ่มไปจากรางวัลมากมายกว่า 30 รางวัลใน 2 ปีที่ผ่านมา เร็วๆนี้เขาก็ไปเปิดคอนเสริต์ที่ MGM Grand Garden Arena ในลาสเวกัสต่อผู้ชมกว่า 10000 คน บริษัทต่างๆเลือกให้เขามาโฆษณาไม่ว่าจะเป็นเป็ปซี่ พานาโซนิค

ตอนที่เขาเป็นเด็กๆ เขามักถูกมองว่าเป็นเด็กหัวสมองช้า ครูของเขาในมัธยม เล่าว่า เจย์โฉว แทบไม่เคยแสดง ออกทางสีหน้าถึงอารมณ์ใดๆ เขาแทบเรียนเลข วิทย์ หรือแม้กระทั่งการบ้านภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง เขาแทบไม่เคยแตะ แต่แม่ของเขาสังเกตุว่าลูกชายซึ่งเงียบๆและขี้อายคนนี้ ตอบสนองต่อเพลงก่อนที่เขาจะเริ่มเดินได้เสียอีก เธอจึงให้เขาเรียนเปียโน เมื่อตอนเขาอายุได้ 4 ขวบ เขาเรียนดนตรีแบบลุ่มหลง ให้ความสนใจกับโน๊ตเพลง ขณะที่เด็กคนอื่นๆจะสนใจไอศครีม เมื่อตอนเขาวัยรุ่น ครูเปียโนเล่าให้ฟังว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งเจย์จะต้องเล่นเพลงชาติไต้หวัน ซึ่งปกติจะขรึมๆ แต่เขาเล่นได้น่าสนใจมาก ทำนองออกไปทางป๊อป

นอกห้องเรียน เจย์ก็เหมือนเด็กทั่วไป ที่ชอบหนังกังฟู แล้วก็เล่นวีดีโอเกมส์ ขณะที่เด็กคนอื่นพยายามสอบเอ็นทร๊าน เขากลับไม่เรียน ในไต้หวันหากว่าจะมีรายได้ดี เด็กทุกคนจะเลือกเรียนคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ หรือคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง แล้วดนตรีน่ะ นอกเสียจากว่าที่บ้านจะมีฐานะดีถึงจะทำได้ แต่เขามีเพียงดนตรี แล้วก็มีแต่ดนตรีที่เป็นตัวเขา เขาได้เชิญให้เล่นเปียโนกับเพื่อนซึ่งเป็นคนร้องในงานๆหนึ่ง ซึ่งจัดโดย Jacky Wu ซึ่งมักมองหาหนุ่มๆที่มีพรสวรรค์ แรกเดิมที Jacky Wu ก็ไม่ได้รู้สึกประทับใจ นักร้องและเสียงเปียโน แต่เขาพบว่า โน๊ตเพลงเขียนได้อย่างดีเยี่ยม Jacky Wu ซึ่งเป็นเจ้าของ Alfa Music ก็ได้ไปหลังเวทีคุยกับเจย์ ซึ่งสวมหมวกแก๊ป เบสบอลปิดต่ำ Wu แรกๆคิดว่าเด็กหนุ่มขี้อายเงียบๆคนนี้คงจะเป็นพวกหัวสมองช้า ทึ่มๆ แต่เนื่องจากว่าเจย์มีความสามารถด้านเขียนเพลง เขาจึงจ้างเจย์ให้ทำงานเพลงให้เขา โดย Wu ก็ไม่คิดว่าเจย์จะเป็นนักร้องเองได้ เจย์ก็เป็นนักสร้างนักร้องอยู่ 3 ปี จนหุ้นส่วนของ Wu คือ Yang ได้ขอให้เจย์ เขียนเพลงสำหรับตัวเอง เจย์ก็เลยเล่นเพลง เค่ออ้ายหนู่วเหยิน ผู้หญิงน่ารัก ซึ่งเขาบันทึกไว้เองในเวลาว่าง Yang ฟังแล้วก็ถามเจย์ว่า แล้วจะคอยอะไรล่ะ หลังจากนั้นเจย์ก็ทำอัลบั้มของตัวเองในเวลา 3 เดือน

แล้วเจย์ก็ดังข้ามคืน ความสำเร็จของเจย์ในฐานะนักร้องและประพันธ์เพลงได้เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆรุ่นหลังๆ ได้ทำตาม ดูเหมือนว่าเด็กๆหน้าตาดีจะหันมาประพันธ์เพลงโดยใช้กีต่าร์ แม้กระทั่งเซี่ยถิงเฟิงก็หันมาพยายามทำเอง หรือแม้กระทั่ง Anson Hu นักร้องหน้าใหม่จากรางวัลสถานีเพลง ก็เลียนแบบเจย์

อะไรทำให้เพลงของเจย์ประสบความสำเร็จ และแตกต่างเด่นไปจากหนุ่มๆแบบเดียวกับเจย์อีกนับไม่ถ้วน มันเป็นเพลงที่เขาร้องว่าเขาเจ็บปวด หรือต้องการคุณอย่างมาก คุณฟังก็จะเชื่อเขา อย่าลืมว่าเขาใช้เวลากว่า 2 ปีในสตูดิโอเฝ้าแล้วก็ฟังแนวเพลงต่างๆที่ฮิตกับไม่ฮิต ผลที่ได้ก็คือผลงานที่เขามั่นใจ คุณฟังเพลงของคนที่เชื่อมั่นในแนวเพลงที่เขาเลือก คนซึ่งรู้ว่าเขาถูก เขาไม่ได้ร้องตามคำสั่งหรือข้อแนะนำของผู้จัดการ แต่เขาร้องออกมาจากหัวใจเพื่อคุณ

เจย์ไม่ชอบให้สัมภาษณ์ หรืองานประกาศรางวัลต่างๆ ที่เขารู้สึกอายหรืองุ่มง่ามต่อหน้าแฟนๆ ก็เพราะเขาไม่รู้ว่าจะควบคุมสิ่งต่างๆได้อย่างไร แต่ถ้าเป็นในห้องสตูดิโอ หรือสนามบาสเก๊ตบอลละก็ เขาเชี่ยวเชียวละ คุณคิดว่าคุณรู้จักเจย์ดีพอหรือยัง....


 

 

 

 

 
 
     
       

Copyright (C) 2002 China2Learn. All Rights Reserved.
E-mail : webmaster@china2learn.com
หน้าหลัก เบื้องหลังการถ่ายทำ สัมภาษณ์ดารานักร้อง อันดับหนังทำเงิน เว็บบอร์ด ข่าวลึกเจาะลับ บันเทิงทีวีพร้อมเรื่องย่อ มุมเพลงนักร้องคนโปรด