สัมภาษณ์เฉินฮุ่ยหลิน
สัมภาษณ์เยิ่นเสี่ยนฉี
สัมภาษณ์เอฟซื่อ F4
สัมภาษณ์ จ้าวเวย

สัมภาษณ์เหลียงเฉาเหว่ย
สัมภาษณ์ หลิวเต๋อหัว
สัมภาษณ์ ซูโหย่วเผิง
สัมภาษณ์ จางป๋อจือ

     
 

Interview Zhang Wei Jian


รูปถ่ายแม่ พร้อมกับจางซี แฟนสาวคนปัจจุบัน

 

บทสัมภาษณ์ แปลมาจากเวบ Cute Dicky's Eden ซึ่งเอามาจากหนังสือ Next Media magazine อีกที ไม่แน่ใจว่าฉบับไหน คิดว่าคงมีไรสนุกๆให้อ่านกัน

ไม่มีแฟนไม่ตายหรอก

เพราะผมเป็นคาธอลิค พระเจ้าเป็นอันดับหนึ่ง ครอบครัว,เงิน,เพื่อนๆ,อาชีพแล้วก็ความรัก เป็นราคาตลาด ขึ้นๆลงๆขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ถึงทุกวันนี้ ผมมีแฟนมาแล้ว 3 คน, แฟนคนแรกไ่ม่ได้อยู่ในวงการ ส่วนคนที่ 2 คือ Kong Yan Yin แล้วก็คนสุดท้ายคือ Jessica Hsuan แล้วผมก็ไม่มีแฟนอีกเลยหลังจากนั้น (ใครจะเชื่อ คนต่อมาคือ Zhang Zi)


๋เจสสิก้า (ฮวนฮวน)

ตอนผมรู้จักกับเจสสิก้า อาชีพการงานผมกำลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ ตอนนั้นผมมีความสุขมาก แล้วนั่นก็คือสิ่งที่เธอชอบเกี่ยวกับผม เธอมีความสุขเช่นกันเมื่อตอนอยู่กับผม เพราะผมมักทำให้เธอหัวเราะเสมอ แต่หลังจากนั้นทุกอย่างเปลี่ยนไป อาชีพของผมเริ่มตกลง แต่ของเธอกำลังอยู่ในขาขึ้น เธอได้รับจดหมายจากแฟนๆมากกว่าผมเสียอีก ทั้งๆที่ผมเป็นนักร้อง แต่เธอเป็นนักแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างเราห่างไกลกันออกไป ผมรู้สึกหดหู่และสูญเสียความมั่นใจ ผมกลับเงียบลง แล้วก็ไม่ชอบพูด ผมไม่ได้ร้องไห้แล้วก็ไม่ได้หัวเราะ เหมือนตุ๊กตาชักตัวหนึ่ง ตอนแรกเธอก็ปลอบผม แต่ว่าก็เริ่มบ่นหลังจากนั้น เธอบอกว่าผมไม่ได้เป็นแบบนี้ ตอนที่เธอรู้จักผม เธอต้องการความสุข ต้องการเพื่อนชายที่มองโลกในแ่ง่ดี ความรักของเราจึงชืดชาลง ผมก็เสนอให้เลิกกัน เพราะไม่มีทางอื่น

เมื่อตอนผมขอให้เธอเลิกกับผม ผมโกรธมาก ผมเพียงแค่อยากดูว่าเธอจะว่ายังไง แต่เธอไม่คัดค้านซึ่งทำให้ผมแปลกใจมาก แ้ล้วเราก็เลิกกัน ความรักนาน 3 ปีในที่สุดก็สิ้นสุดลง

Kong Yan Yin กับผม เหมือนรักแบบเด็กๆ เธออายุ 18 ส่วนผมอายุ 20 มันเป็นช่วงที่พวกเรากำลังสำรวจโลกแล้วเราก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ได้บทแสดงเป็นสาวใช้ฟิลิปปินส์ซึ่งไ้ด้รับความนิยมมาก เธอได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่ว่าเราสองก็ยังไม่ได้เป็นดาราเด่นดัง พ่อแม่ของเธอก็ไม่ชอบผม พวกเขาัมักพูดว่าพวกเขาไม่เข้าใจว่า ทำไมเธอถึงเลิอกผมในบรรดาผู้ชายเป็นล้านคน ผู้ซึ่งไม่มีอนาคต

เงินเดือนของเราเริ่มแตกต่างกันมาก ของผมไม่กี่พัน ยังต้องช่วยเหลือทางบ้านด้วย ของเธอมากกว่าหมื่นเหรียญ ปกติเธอมักจะออกค่าอาหารเย็น เวลาเราไปร้านอาหารด้วยกัน คนมักจะถามเธอว่า มากันกี่คนครับ คุณKong พวกเรามีกันแค่ 2 คนพวกเขาไม่เคยถามว่า มากันกี่คนครับ คุณ cheung ผมไม่มีความมั่นใจเหลืออยู่เลย แล้วก็รู้สึกแย่มากๆ

เหตุผลที่พวกเราเลิกกัน ก็เพราะเธอต้องการแต่งงาน แรกเริ่มเธอก็ห่วงงานของผม เธอไม่ต้องการอยู่กับผมไปตลอดชีวิตก็ด้วยเหตุผลข้อนี้ด้วย แต่เธอบอกว่าเธอไม่ต้องการสามีรวย แต่ต้องการชีวิตที่มั่นคง ผมไม่สามารถให้ได้

Kong Yan Yin และ เจสสิก้าใ้ห้ความรู้สึกต่อผมที่แตกต่างกัน Kong Yan Yin เหมือนคนรักที่เติบโตมาด้วยกัน เจสสิก้าเป็นผู้หญิงที่ผมสามารถอยู่ด้วยตลอดชีวิตของผม

สิ่งที่ผมคิดเกี่ยวกับความรักก็คือ ไม่มีผู้หญิง ก็ไม่ตายหรอก

สิ่งที่เลวร้ายที่สุด

อัลบั้มในฮ่องกง ที่ชื่อ 180C+ เพลงหลักคือ "who is a clown" ผมรู้ว่านี่จะตัดสินชะตาชีวิตผม หากว่ามันขายได้ผมก็มีชีวิตอยู่ หากว่าไม่ละก็จะไม่มีโอกาสครั้งต่อไป ก่อนที่อัลบั้มจะเสร็จ เราก็เริ่มเอาเพลงเอกไปเปิดตามสถานีวิทยุ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ค่อยดีนัก สถานีช่วยเราอย่างมาก แต่ไม่มีประโยชน์ เมื่อผมร้องเพลงในงานแสดง ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ชม มันราวกับว่าพวกเขาไม่แคร์ว่าเราจะอยู่ตรงนี้หรือไม่

เมื่อเรากำลังอัดเพลงสุดท้ายที่สตูดิโอ ผมรู้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย เราใช้เวลากันมาก ผู้ผลิตก็ยอมรับผลของมัน แต่ผมไม่ยอมรับ เพราะว่าผมรักสตูดิโอมาก ผมไม่ต้องการจากมันไป

ในช่วงโปรโมทเพลงครั้งสุดท้าย ผมร่วมในงานแสดงโชว์ด้วย ผมถามผู้จัดการของวอร์เนอร์เรื่องสัญญา ที่หลังเวที เขาพูดว่า"คุณน่ะต้องตอบคำถามผม ใครจะซื้อซีดีของคุณ แล้วเราก็จะต่อสัญญา" ผมไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ เมื่อสัญญากับวอร์เนอร์สิ้นสุดลง ผมไม่ได้ทำงานไรเลยเป็นเวลา 1 ปีเต็มๆ

มันยากเกินกว่าที่จะยอมรับได้ว่า อาชีพของผมตกต่ำถึงขีดสุด เมื่อตอนผมยังดังอยู่ ผมไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องอื่นๆ เมื่อผมเริ่มตกต่ำ ผมไม่รู้สาเหตุ ผมไม่มีข่าวคาวฉาวๆ ไม่ได้ไปเที่ยวดึกๆดื่นๆ ไม่มีข่าวลือในทางเสียหาย ไม่มีไรเลย แต่ผมก็ผิดหวัง ผมไม่ได้ทำไรผิดเลย

หลังจากนั้น 1 ปี อัลบั้มแรกในไต้หวัน ก็ได้ออกมา ผมต้องไปโปรโมท ผมทำทุกอย่างไปร่วมงานโชว์ทุกประเภท ผมไม่ไ้ด้แสดงในงานใหญ่ แต่ก็อยู่ข้างๆ อัลบั้มนี้กลับขายได้ดี ราวๆ 2 ล้านแผ่น ไม่ถึงเดือนผมก็ได้รับรางวัลที่ดาราทั่วไปต่างต้องการ คือ Top 10 Taiwan Idols หลังจากนั้น 2 เดือน อัลบั้มทีี่่ 2 ก็ออกมาขายได้ดีเหมือนกัน

$90,000

ผมไม่ต้องการแสดงในหนังชุด ซุนหงอคง ในตอนแรก เพราะผมไม่ต้องการไปจากไต้หวัน ซึ่งผมเพิ่งเริ่มใหม่ มันเป็นการง่ายที่คนอื่นจะมาแทนเรา ยิ่งกว่านั้นซุนหงอคง ก็ไม่มีดาราคนไหนจะมาเล่น ที่เด่นดังที่สุดก็คือผม แต่ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นนักแสดงเช่นกัน

หลังจากหารือกับทางบริษัทบันทึกเทปต้นสังกัด ผมตัดสินใจจะัรับบทซุนหงอคง แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจ ซุนหงอคงเป็นตัวละครหลัก ผมเหมือนนักรบในแนวหน้า ถึงแม้ผมจะไม่มั่นใจ แต่คนอื่นยิ่งแย่กว่าผม ผมบอกผู้กำกับไปว่า ผลของหนังชุดเรืิ่่องนี้ขึ้นอยู่กับเราสองคน อย่าล้มเหลวต่อหน้าคนอื่นในทีมงาน ไม่ว่าผลจะดีหรือไม่ ผมก็จะกลับไปไต้หวัน ไม่เหมือนพวกคุณที่ย้งต้องอยู่ที่นี่ต่อไป

ไม่มีใครชอบรูปร่างซุนหงอคง ทุกคนต่างบอกว่าน่าเกลียดมาก พวกเขาบางคนแทบไม่สนใจด้วยซ้ำ เหตุผลน่ะเหรอ ก็เพราะผมเป็น Dicky Cheung ถ้าผมเป็นหลี่หมิง หรือหลิวเต๋อหัว ผมรับรองว่าจะต้องมีแต่คำชม

ทำงานหนักกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน กาวทาอยู่บนหน้าผมหลายชั่วโมง ผมลำบากมากตอนทานข้าว ผมรู้สึกเหมือนว่ากาวที่แห้งแล้วจะแตกออก ทุกๆวันมีเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่หน้าผมจะไม่มีกาวทาอยู่ เป็นอย่างนี้อยู่ครึ่งปี แต่ผมได้ทั้งหมดเพียง 90,000 เหรียญฮ่องกง ยังสู้ผู้กำกับไม่ได้

ผมได้ยินแต่ผู้คนต่างพูดกันว่าผมเลียนแบบโจวชิงสือ นี่เป็นเพราะว่าพวกคุณไม่รู้จักดิกกี้ ตั้งแต่เริ่มเล่นหนัง ผมก็เล่นสไตล์นี้มาตลอด ถ้าคุณขอให้ผมเล่นในสไตล์อื่น ผมทำไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร ผู้คนต่างพูดซ้ำๆกันว่าผมลอกเลียนแบบโจวชิงสือ แต่พวกเขาก็เสนองานให้ผม

เมื่อคุณมีประสบการณ์ที่ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วก็ตกลงอย่างรวดเร็ว มุมมองของคุณจะเปลี่ยนไป ตอนที่คุณขับเบนซ์คุณก็อยากขับปอร์เช่ เสื้อผ้าก็ต้องเป็นยี่ห้อดี ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นก็โปรดยืนข้างๆ แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าไก่หรือหมูก็ไม่เป็นไร รถก็ขับมาซด้า ในไต้หวันผมนั่งแท็กซี่

ครอบครัว

เมื่อตอนผมเรียนเกรด 8 พ่อก็จากไป เพราะแม่ของผมต้องดูแลพวกเรา ท่านก็ต้องหาเงินโดยรับเลี้ยงดูลูกๆของคนอื่น แม่ผมเหนื่อยมากช่วงนั้น เธอต้องดูแลพวกเราพี่น้องแล้วก็เด็กๆอีก 2-3 คน ระหว่างกลางดึก พวกเราต้องตื่นขึ้นเพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กๆ แล้วก็ให้นม นั่นทำให้พวกเรา 3 พี่น้องชำนาญในการเลี้ยงเด็ก

ผมเริ่มหาเงินแล้วก็ให้น้องๆไปเรียนหนังสือ ตั้งแต่ผมยังเป็นวัยรุ่น งานแรกของผมคือร้องเพลงในบาร์ แต่ผมไ่ม่ใช่แบบที่ผู้คนต้องการ ซึ่งมีอยู่ 2 แบบคือ แบบแรกนุ่งน้อยห่มน้อยทำตัวเซ็กซี่ อีกแบบคือเล่นตลก ดังนั้นเงินเดือนผมก็ไม่ดีเอาเลย จนกระทั่งผมชนะเิลิศในงานแข่งขันร้องเพลง หลังจากนั้นอีกปีครึ่ง ผมก็ย้งร้องเพลงอยู่ในบาร์ ข้อแตกต่างคือว่าเงินเดือนผมเพิ่มขึ้นนิดหนึง นอกจากใช้จ่ายส่วนตัวแล้วที่เหลือก็จุนเจือทางบ้าน ไม่มีเงินสำหรับเที่ยวเตร่

เมื่อน้องชาย 2 คนเรียนจบ คนหนึ่งเ็ป็นผู้จัดการผมเอง อืกคนหนึ่งเป็นทหาร แล้วก็ความกดดันลดลง แล้วก็ผมก็เริ่มโด่งดัง ทันทีที่เงินเดือนผมสูงขึ้น ผมก็ซื้อบ้าน แม่ผมอยากให้ผมอยู่กับเธอ เธอคิดว่าผมยังเด็กอยู่อาจถูกหลอกได้ง่าย ตอนนี้ผมมีบ้าน 4 หลังแล้ว ผมแชร์บัญชีธนาคารกับแม่ด้วย ผมคิดว่าตอนนี้มีอยู่ซะ 20ล้านเหรียญฮ่องกง แม่ผมไม่เคยต้องการมันเลย ความปรารถนาของเธอช่างเรียบง่าย คิือต้องการให้พวกเราพี่น้องมีความสุขและปลอดภัย

 
 
     
    ข่าวจางเว่ยเจี้ยน ถ้ายังไม่มีเงิน จะไม่แต่งงาน  

Copyright (C) 2002 China2Learn. All Rights Reserved.
E-mail : webmaster@china2learn.com
หน้าหลัก เบื้องหลังการถ่ายทำ สัมภาษณ์ดารานักร้อง อันดับหนังทำเงิน เว็บบอร์ด ข่าวลึกเจาะลับ บันเทิงทีวีพร้อมเรื่องย่อ มุมเพลงนักร้องคนโปรด