|
I've
Had To Face Everything?
จางป๋อจือ
แสดงหนังเรื่องแรกกับ
โจวชิงสือ ในเรื่อง King of Comedy ในปี 1999. ภายใน 1 ปี ก็เล่นหนังไป
4 เรื่อง ซึ่งประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืนจนทุกคนต้องหันมามอง
ด้วยความสดใสในขณะอายุเพียง 19 ในขณะนั้น
นี้เป็นบทสัมภาษณ์
จางป๋อจือ ลงใน Time magazine กลางปี 2000 เก่าหน่อย แต่ว่า
ทำให้เห็นถึงความเป็นมา ของจางป๋อจือได้ดี ทั้งเป็นบทสัมภาษณ์ที่สมบูรณ์ชิ้นหนึ่ง
ก่อนที่เธอจะได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ ของ Hong Kong Film
Awards ในปีนั้น
จางป๋อจือ
ไม่ค่อยชอบชื่อเสียง ไม่ค่อยออกไปไหน แล้วก็ในปีที่เข้าวงการย้ายบ้าน
5 ครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงพวกนักข่าว
ถาม
- เมือคุณอายุ 13-14 หรือกระทั่ง 18 ปี คุณชื่นชอบใครที่สุดในดาราในฮ่องกง
ป๋อจือ
- จางม่านอี้ กับ คาเรน ม๊อค
ถาม
- ทำไมเป็น 2 คนนี้ล่ะ
ป๋อจือ - เขาทั้ง 2 มีบุคคลิกที่ดี จางม่านอี้ (แม๊กกี้) เป็นคนสวย
แต่เมื่อเธอเล่นหนัง เธอไม่ได้ทำตัวสวย และเธอเล่นได้นิ่มนวลในทุกบท
เธอมักเป็นตัวของตัวเองแล้วก็มองโลกแง่บวก ส่วนคาเรน (ม่อเหวินเว่ย
ในชื่อจีนกลาง เล่นหนัง So close) เป็นคนที่มีบุคลิกที่ชัดเจน
ใบหน้า ท่าทาง ทัศนคติ ฉันชอบเธอ
ถาม
- คุณเริ่มเข้าวงการได้อย่างไร
ป๋อจือ
- ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งทำงานร้านทำผม แล้วก็ทำงานในวงการเดินแบบ
เขาขอให้ฉันช่วยเขาบางอย่าง ระหว่างงานเดินแบบนั้น เขาก็ได้แนะนำฉันในงานนั้น
นั่นเป็นจุดเริ่มต้น
ถาม
- อะไรเป็นงานชิ้นแรกของคุณ
ป๋อจือ
- ถ่ายงานโฆษณาสินค้าชามะนาว
ถาม
- คุณคิดว่าซะวันหนึ่งคุณจะถูกค้นพบไหม
ป๋อจือ
- ไม่หรอก ฉันไม่ชอบแบบนั้น ฉันชอบที่จะอยู่บ้าน ฉันไม่มีเพื่อนมากมาย
แล้วก็ฉันรักครอบครัวของฉัน ฉันพยายามอย่างมากที่จะเป็นอย่างคนทั่วไป
ฉันไม่ชอบดิสโก้ ไม่ชอบปาร์ตี้ ไม่ชอบงานกลางคืน ถ้าฉันมีเวลาว่าง
ฉันจะไม่ไปข้างนอก ฉันจะอยู่บ้านฟังเพลง และไม่คิดถึงชื่อเสียง
ถาม
- ทำไม โจวชิงสือ เลือกคนแสดงในหนัง King of Comedy ทั้งๆที่คุณไม่เป็นที่รู้จัก
ป๋อจือ
- ฉันคิดว่าเขาคงต้องการดาราหน้าใหม่ๆ สดใส
ถาม
- คุณคงได้รับคำเยินยอมากมาย
ป๋อจือ
- พูดอย่างจริงๆน่ะ ฉันไม่รู้สึกใดๆเลย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าฉันจะแสดงได้หรือไม่
ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ฉันไม่มีประสบการณ์เลย ฉันเพียงแต่ทำตามที่เขาบอกให้ฉันทำ
ถาม
- แล้วคุณคิดว่าพวกเขาพอใจไหม
ป๋อจือ
- ไม่เสมอไปน่ะ ฉันคิดว่าโจวชิงสือรู้สึกว่ามันอาจยากไปสำหรับฉันบางครั้ง
ถาม
- คุณเรียนจากเขามากไหม
ป๋อจือ
- ก็ไม่น่ะ เขาเฝ้าแต่บอกว่าให้ฉันเป็นตัวฉันเอง เขาไม่ได้สอนฉันมาก
เขามีประสบการณ์ในการใช้สายตา ฉันเพียงแค่มองตาเขาฉันก็จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร
ถาม
- คุณรู้สึกเป็นเป้าตลอดเวลาไหม
ป๋อจือ
- ใช่ มันยากมากเลย ทุกคนมองมาที่คุณ
ถาม
- คุณตื่นกลางดึก แล้วกรีดเสียงร้องไหม
ป๋อจือ
- ฉันเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมาก ถึงแม้ว่าฉันจะมีปัญหามากมาย
ฉันก็จะตื่นขึ้นในตอนเช้าแล้วพยายามเริ่มวันใหม่ให้สดชื่น ไม่ว่าคุณจะเศร้าเพียงใดสำหรับวันก่อนหน้า
ฉันจะมีความสุขทุกเช้าของวันรุ่งขึ้น
ถาม
- คุณจะอยู่ในวงการ จนอายุ 40 ไหม
ป๋อจือ
- จนกระทั่งฉันอายุ 28-29 ฉันคิดน่ะ แล้วก็จะแต่งงานตอนอายุ
30 นั่นคือสิ่งที่หมอดูทายทักฉันไว้
ถาม
- หนังเรื่องไหน ที่คุณแสดงแล้วคุณชอบมันมาก ทำไม
ป๋อจือ
- Fly Me To Polaris เพราะว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจจริงๆ
ถาม
- คุณร้องไห้ไหม ตอนคุณดูหนังเรืองนี้ คุณดูหนังเรืองนี้กี่ครั้งแล้วมีกี่ครั้งที่คุณร้องไห้
ป๋อจือ
- ฉันอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ มันเศร้ามาก มากกว่า 10 ครั้ง
ถาม
- ฉากไหนเป็นฉากที่คุณชอบในหนังเรืองนี้
ป๋อจือ
- ฉันชอบฉากที่ไดอารี่ถูกอ่านให้ฉันฟังโดยเยิ่นเสียนฉี และฉันต้องร้องไห้
ถาม
- คุณร้องไห้ปลอมๆใช่ไหม
ป๋อจือ
- เปล่า ร้องไห้จริงๆ ฉันมักชอบที่จะให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ
ฉันเคยสามารถที่จะร้องไห้อย่างง่ายๆ แต่ตอนนี้มันยากขึ้นน่ะ
ฉันอยู่ภายใต้แรงกดดันมากแล้วก็ฉันก็มีเรื่องยากๆที่จะต้องคอยแก้
ถาม
- จริงซิน่ะ ภายใต้แรงกดดันที่คุณได้รับ อาจทำให้ง่ายสำหรับคุณที่จะร้องไห้
ป๋อจือ
- ตอนนี้ฉันรู้สึกราวกับว่า ฉันได้ผจญกับสิ่งต่างๆที่คนๆหนึ่งจะต้องเผชิญ
ไม่มีไรที่จะทำให้ฉันเศร้าหรือเจ็บไป มากกว่านี้ได้อีกแล้ว เมือคุณไปถึงจุดนั้น
คุณจะสูญเสียความรู้สึกบางอย่าง แล้วบางครั้งฉันพบว่าฉันแทบไม่มีความรู้สึกใดๆ
ฉันจะต้องเผชิญกับทุกสิ่ง
ถาม
- คุณรู้สึกถูกคุกคามไหม จากการที่พ่อของคุณเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรม
ผมเคยอ่านว่าคุณถูกข่มขู่ ที่จะถูกข่มขืนหรือหมายชีวิต
ป๋อจือ
- ฉันไม่รู้สึกไรต่อคำขู่ ฉันยอมรับในสื่งที่พ่อฉันทำ ฉันรู้ตั้งแต่ตอนฉันอายุยังน้อยว่าพ่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกนั้น
ฉันไม่รู้สึกละอาย ฉันรักพ่อ
ถาม
- คุณติดต่อกับพ่อบ่อยไหม
ป๋อจือ
- ตอนนี้ก็ติดต่อกันบ่อย แต่ว่าเราห่างกันอยู่ช่วงหนึ่ง พวกเราสนิทกันมาก
ถาม
- สื่อมวลชนฮ่องกงทำลายชีวิตคุณไหม
ป๋อจือ
- ใช่เลย พวกเขาทำให้ฉันลำบากมาก แต่พวกเขาก็ทำตามหน้าที่ บริษัทต้องการให้เขาทำแบบนั้น
ดังนั้นฉันจึงไม่ใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาพูดกัน พวกเขามักทำให้คุณรู้สึกแย่
หากว่าคุณยอมให้คุณแย่ลงเพราะพวกเขา คุณก็จะรู้สึกต้องการฆ่าตัวตาย
ดังนั้นฉันจึงมักหัวเราะเวลาฉันพบว่าพวกนิตยสารเขียนถึงฉันยังไง
คุณแคร์ไม่ได้ ถ้าคุณแคร์ คุณจะไม่มีวันมีความสุข คุณน่าจะตายดีกว่า
มันมีเรื่องที่ต้องพิมพ์ทุกวันซึ่งคุณไม่มีวันรู้หรอกว่าเขาจะเขียนถึงคุณยังไง
ถาม
- คุณคิดว่าเรื่องไหนที่แย่มากที่เขาเขียนถึงคุณ
ป๋อจือ
- ทั้งหมดเลย ไม่มีเรื่องไหนที่เป็นเรื่องจริงซะเรื่อง พวกเขาเขียนอย่างที่เขาต้องการจะเขียน
จริงหรือไม่เขาไม่สน ฉันเกลียดพวกเขา ที่ไหนที่คุณอยู่ พวกเขาจะไปถ่ายรูปแล้วก็มาบอกทุกคน
ฉันย้ายบ้าน 5 ครั้งแล้วในปีนี้ แล้วก็ตอนนี้ก็พักอยู่ในโรงแรมใน
Causeway Bay มา 2 สัปดาห์แล้ว
ถาม
- พวกเราใช้เวลานานไหม ที่จะหาคุณพบน่ะ
ป๋อจือ
- เดือน สองเดือน
ถาม
- มีซะกี่คนที่คอยเฝ้าติดตามคุณอยู่หน้าบ้าน
ป๋อจือ
- ซะ 10 คน มักจะมีรถจอดอยู่ซะ 3-4 คันหน้าบ้านฉัน แต่เปลี่ยนหน้ากันมา
ถาม
- แล้วอีกนานไหม ที่จะต้องย้ายบ้านอีก
ป๋อจือ
- เร็วๆนี้ ฉันชักชอบที่จะย้าย
ถาม
- จริงเหรอ
ป๋อจือ
- พวกเขาสามารถตามฉันได้ แต่จะไม่พบฉัน
ถาม
- คุณชอบ Hong Kong film award ไหม
ป๋อจือ
- ชอบ แต่ฉันไม่คิดว่าฉันจะได้รับรางวัล ฉันจะขึ้นไปร้องเพลงในงานประกาศรางวัล
ถาม
- คุณรู้สึกตื่นเต้นไหม ตอนคุณขึ้นไปร้องเพลง
ป๋อจือ
- ไม่เลย ฉันชอบอยู่บนเวที
ถาม
- คุณไปอยู่ที่ออสเตรเลียได้อย่างไร
ป๋อจือ
- น้าฉันให้ฉันไปเรียนที่โน่น ฉันไปควีนส์แลนด์เมือตอนอายุ 14
แล้วไปเมลเบิร์น ตอนอายุ 16 ฉันชอบทีนั่นมาก มันสงบเงียบแล้วก็น่าอยู่
ไม่เหมือนที่ฮ่องกง
ถาม
- คุณเรียนจบไหม
ป๋อจือ
- เปล่า ฉันกลับมาฮ่องกง ฉันคิดถึงครอบครัวของฉันมาก
ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์
ไว้เราจะเอาบทสัมภาษณ์ใหม่ๆ ของจางป๋อจือมาลงให้อ่านต่อไป
|