shouye - homepagelvyou - travelxuehanyu - learn chinesegequ - songyinyue - musicdianying - moviesbeiyu - blcugongzuo - jobruanjian - softwarediannaowangluo - web sitesliuxue - study abroadwenhua - cultureshangmao - business
tell friends tell us
เทคนิคการใช้พจนานุกรมจีน
สำหรับผู้ที่เริ่มเรียนภาษาจีนใหม่ๆ แม้กระทั่งผู้ที่เรียนภาษาจีนมานาน สิ่งที่ยากและเป็น อุปสรรคใน การ เรียนรู้ภาษาจีนอย่างยิ่งคือ ตัวหนังสือจีนที่ดูยุ่งเหยิง และคุณภาพการพิมพ์ที่แย่ ทำให้การอ่านตัว หนังสือจีนยิ่งยากในการอ่านให้ชัดเจน ซึ่งคงต้องอาศัยแว่นขยายสักอัน และความยากในการค้นหาศัพท์ในพจนานุกรมจีน มักจะหาไม่พบหรือกว่าจะพบก็ใช้เวลา ค่อนข้างมาก และล้าเต็มทน ทำให้การเรียน ภาษาจีนใน วันนั้นอาจต้องหยุดชะงักไป

แต่ china2learn จะมีเทคนิคในการค้นหาศัพท์ของคนจีนเจ้าของภาษา จะทำให้การเรียน ภาษาจีน ของคุณ แต่นี้ไปไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ดัชนีการออกเสียงของคำศัพท์
พจนานุกรมส่วนมากจะมีการเรียงศัพท์โดยลำดับตัวอักษร แต่ตัวหนังสือจีน เป็นลักษณะของ ภาพวาด อาจกล่าวได้ว่าไม่มีลำดับการเรียงโดยตัวหนังสือ พจนานุกรมจีนจึงมีการเรียงศัพท์โดย การออกเสียง ของตัวหนังสือแทน แต่ถ้าไม่รู้ เสียง ก็ต้องใช้การค้นหาโดยใช้ดัชนีของขีด และดัชนีของรากศัพท์ ประกอบกัน
ดัชนีเส้นขีด
การใช้ดัชนีของขีด ใช้วิธีนับจำนวนของขีดในตัวหนังสือนั้น ตัวหนังสือที่มีจำนวนขีดน้อยกว่า จะอยู่ ก่อนตัวหนังสือที่มีจำนวนขีดมากกว่า และถ้าตัวหนังสือมีจำนวนขีดเท่ากัน การเรียงจะขึ้น อยู่กับลำดับ ของเส้นขีดแรกของตัวหนังสือนั้น เช่น
ดัชนีรากศัพท์
ส่วนการค้นหาโดยใช้ดัชนีรากศัพท์ ซึ่งคือส่วนหนึ่งของตัวหนังสือ ซึ่งมีลักษณะร่วม ในหน้าของการ
รู้จักรากศัพท์ ได้แนะนำร่วม 70 ตัวซึ่งมักใช้กัน แต่จริงๆในพจนานุกรมจะมีรากศัพท์กว่า 200 รากศัพท์ อย่างที่ทราบแล้วว่า ตัวหนังสือจีน มีแบบตัวหนังสือเดี่ยว และตัวหนังสือผสม

ตัวหนังสือเดี่ยวคือตัวหนังสือที่ไม่มีส่วนประกอบย่อย หรือไม่สามารถซอยย่อยลงไปได้อีก
ส่วนตัวหนังสือผสม คือตัวหนังสือที่มีส่วนประกอบย่อยมาผสมเป็นตัวขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีส่วน ผสมของรากศัพท์ผสมอยู่ด้วย ยกเว้นส่วนน้อยที่อาจไม่มีก็ได้

ดังนั้น ลำดับแรกในการค้นหาศัพท์ก็คือ ต้องทราบว่า รากศัพท์มีอะไรบ้าง ซึ่งได้แนะนำไปแล้วร่วม 70 ตัว (รู้จักรากศัพท์ ) และจะต้องรู้ว่ารากอยู่ส่วนไหนของตัวหนังสือ เช่น

ในตัวหนังสือซึ่งมีโครงสร้างบน-ล่าง รากอาจอยู่บน หรือล่างก็ได้
ในตัวหนังสือซึ่งมีโครงสร้างซ้าย-ขวา รากอาจอยู่ซ้าย หรือ ขวาก็ได้
ในตัวหนังสือซึ่งมีโครงสร้างนอก-ใน รากจะอยู่ที่ด้านนอก เท่านั้น

ต่อนี้ไปเป็นตัวอย่าง ของตำแหน่งของรากทั้ง 5 แบบ

การนับจำนวนขีดของราก
เมื่อเราจำแนกรากได้แล้ว ให้นับจำนวนขีดในรากนั้น และค้นหาที่ดัชนีราก ซึ่งจะบอกเราถึงเลขหน้า ของหมวดที่มีรากนั้น เป็นส่วนผสม หรือองค์ประกอบอยู่ ภายใต้หมวดนั้นก็จะพบตัวหนังสือ ทั้งหมดที่มีรากนั้นเป็นองค์ประกอบอยู่ พร้อมเลขหน้าตามลำดับ ซึ่งจะชี้ไปหาเลขหน้าของตัวหนังสือ นั้น พร้อมคำศัพท์

เช่น มี เป็นราก ซึ่งมี 2 ขีด จึงค้นหา ในดัชนีราก ภายใต้ 2 ขีดจะพบ " 20" ภายใต้ราก นี้จะมีกลุ่มของตัวหนังสือ ซึ่งจะมีการแบ่งหมวดหมู่ตามจำนวนขีดอีกทีหนึ่ง ซึ่งไม่นับรวมจำนวน ขีดของราก เช่น

ดังนั้นตัวหนังสือ จึงตกอยู่ในกลุ่ม 5 ขีด ภายใต้ราก ซึ่งพบว่า "1127 1129 " จะอยู่ที่หน้า 1127และ 1129 ซึ่งเป็นเลขหน้า ที่ชี้ไปหาตัวหนังสือและคำศัพท์ที่ต้องการนั่นเอง
กรณีที่ในตัวหนังสือประกอบไปด้วย รากมากกว่า 1 ตัว แต่จะมีรากเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น ที่เป็นหลัก
มีหลักการในการพิจารณาดังนี้

โครงสร้างบน-ล่าง ตัวบนจะถือเป็นราก

โครงสร้างซ้าย-ขวา ตัวทางซ้ายมือจะเป็นราก

โครงสร้างนอก-ใน ตัวนอกจะเป็นราก

ในพจนานุกรมบางเล่ม จะใช้รากทุกตัวในตัวหนังสือนั้นเป็นหลักที่จะค้นหาตัวหนังสือ หมายความว่า สามารถค้นหาได้หลายทางนั่นเอง เช่น สามารถค้นหาได้ทั้งภายใต้ และ

สรุปขั้นตอนการค้นหาศัพท์ใน dict จีน
1 จำแนกราก ในตัวหนังสือนั้นๆ
2 นับจำนวนขีด ของราก
3 ค้นหาในหน้าดัชนีราก ซึ่งจะพบเลขหน้าซึ่งมีตัวหนังสือทั้งหมดที่มีรากนั้นเป็นองค์ประกอบ
4 ค้นหา ตัวราก ตามเลขหน้าที่ได้ตามข้อ 3.
5 นับจำนวนขีด ของตัวหนังสือที่ต้องการค้นหา โดยไม่นับรวมจำนวนขีดของตัวราก
6 ค้นหาตัวหนังสือ ภายใต้กลุ่มที่มีจำนวนขีดตามข้อ 5. ซึ่งจะพบเลขหน้าของตัวหนังสือที่ต้องการ
7 ค้นหาตัวหนังสือ หรือคำศัพท์ ในเลขหน้าที่ได้ตามข้อ 6.

แล้วถ้ายังหาไม่เจออีกจะทำอย่างไร
ถ้าท่านทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ยังไม่พบ ก็หมายความว่า ตัวหนังสือที่ต้องการหา ไม่พบในหมวดหมู่ปกติ จัดว่าเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งก็คือตัวหนังสือที่ไม่มีราก เป็นองค์ประกอบนั่นเอง หรือ พูดอีกนัยหนึ่งว่า เป็นตัวหนังสือเดี่ยว ซึ่งไม่สามารถซอยย่อยลงไปได้อีกนั่นเอง มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 330 ตัว ในที่นี้ขอแสดงตัวอย่างจำนวนหนึ่งดังนี้


เนื่องจากไม่มีราก ดังนั้นจึงใช้ขีดกลาง เป็นหลักแทน เช่น


และถ้าไม่มีขีดกลาง ให้ใช้ขีดที่อยู่ทางซ้ายบนสุดเป็นหลักในการค้นหา


และถ้ายังหาไม่เจอ ก็ให้หาที่ดัชนีของตัวหนังสือที่ไม่สามารถจำแนกรากได้
ซึ่งจะมีอยู่ตอนท้ายของพจนานุกรมทุกเล่ม และมีการจัดเรียงกันตามจำนวนขีด จากน้อยไปหามาก เช่น
ทีนี้การค้นหาตัวหนังสือ หรือคำศัพท์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และจะทำให้การศึกษาภาษาจีนเป็นเรื่องสนุก สนานอย่างแน่นอน

คำพ้องรูป
มีตัวหนังสือจำนวนไม่น้อย ที่สามารถออกเสียงได้มากกว่า 1 เสียง ดังนั้นเมื่อค้นหาตัวหนังสือ ตามวิธีข้างต้น จะพบว่าตัวหนังสือนั้นมีหลายเลขหน้า ซึ่งหมายรวมถึงเสียงที่แตกต่างกัน และความหมายที่แตกต่างกันด้วย เช่น สามารถออกเสียง ฉาง (chang2) และ หจ่าง (zhang3) ซึ่งพบได้ที่หน้า 120 และ 1442 ในพจนานุกรมจีน-ไทย ในกรณีออกเสียง ฉาง หมายถึง ยาว ในเสียงหจ่าง หมายถึงเติบโต ซึ่งการจำแนกว่าเสียงใด ให้ดูจากความหมายของรูปประโยค หรือ context นั่นเอง ดังตัวอย่างนี้

ตามความหมายของประโยคแรก จึงออกเสียง หจ่าง และประโยคที่ 2 ออกเสียง ฉาง

ตัวเต็ม ตัวย่อ

ตัวย่อ เป็นตัวหนังสือที่ใช้อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนตัวที่อยู่ภายในวงเล็บซึ่งมีรูปแบบซับซ้อนกว่า นั้นเป็นตัวหนังสือแบบเต็ม ซึ่งใช้กันอยู่ใน ไต้หวัน และ ฮ่องกง




Copyright 2000 Frontier Internet Solution