ยุคราชวงศ์ถัง
นับว่าเป็นช่วงที่ประเทศจีน มีการพัฒนาอย่างมากในการผลิตใบชา การดื่มชาเป็นที่
แพร่หลาย, ชาเข้าไปในวิถีชีวิตครอบครัวของคนจีนทั่วไป กลายเป็นสิ่งที่จะขาดเสียมิได้ในชีวิต
ประจำวัน ในช่วงเวลานี้เองในประวัติศาสตร์จีนได้มีการบันทึกถึง หนังสือเกี่ยวกับใบชาที่มีชื่อเสียง
ชื่อ "ฉาจิง". "ฉาจิง"นับว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของโลก
ที่บันทึกเกี่ยวกับการศึกษาการผลิตชาจีน หนังสือเล่มนี้รวบรวมเป็นระบบเกี่ยวกับประเภทของชา,
การผลิตชา, การดื่มชา, ประสบการณ์การวิจารณ์ชา ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ชื่อ
"ลู่หยู" เป็นปัญญาชนที่ไม่ชมชอบการรับราชการ เขาถูกคนรุ่นหลังยกย่องให้เป็น
ปราชญ์ทางชา
กล่าวกันว่า ลู่หยู เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง และถูกหลวงจีน ชื่อ "จื่อจี"
เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ และชื่อนี้ก็หลวงจีนตั้งให้ จื่อจีชมชอบการดื่มชา
แต่คนที่นิยมดื่มชามักจะเป็นคนต้มชาเอง ลู่หยูตั้งแต่เด็กก็เรียนรู้จากหลวงจีนชราจนมีผีมือต้มชามือหนึ่ง
ยิ่งกว่านั้นสะสมประสบการณ์การดื่มชา ภายหลังชาที่ลู่หยูต้มจัดว่ามีรสชาติพิเศษ
หลวงจีนจื่อจีหากไม่ใช่ชาที่ลู่หยูต้มจะไม่ดื่ม มีอยู่ช่วงหนึ่ง,
ลู่หยูมีธุระไปข้างนอก หลวงจีนจื่อจีไม่ดื่มชาเลย ภายหลังฮ่องเต้ได้ยินเรื่องนี้
ไม่เชื่อถือ สั่งให้นำหลวงจีนจื่อจี เข้าวังหลวง สั่งให้นักต้มชามือดีในราชสำนักต้มชาให้แก่จื่อจีดื่ม
ใครจะทราบ ว่าพอหลวงจีนชราจิบชาไป 1 คำ ไม่ชอบ วางลงไม่ดื่มอีกเลย
ฮ่องเต้จึงสั่งเป็นการลับให้ ลู่หยูเข้าวัง และให้เขาต้มชา แล้วเชิญให้จื่อจีดื่ม
หลวงจีนพอดื่มชา กล่าวอย่างดีใจว่า "ชานี้เหมือนชาที่ ลู่หยู
ต้มเองเลย" จากนั้นเป็นต้นมา ชื่อเสียงของลู่หยูก็เป็นที่รู้จักกันทั่วหล้า